ในโอกาสครบรอบยี่สิบปีของการทำงานของเรา (มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่) หนึ่งในกิจกรรมที่ทีมงานรณรงค์ไม่สูบบุหรี่เห็นว่ามีประโยชน์ต่อการทำงานของมูลนิธิฯ คือ การมองย้อนหลังถึงการทำงานที่ผ่านมา เพื่อสรุปบทเรียนและนำไป สู่การพัฒนางานของเราให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นในอนาคต
ลำพังทีมงานเราคิดกันเองคงจะไม่เพียงพอ ความคิดร้อยเรียงข้อเสนอแนะจากบุคคลที่ร่วมสนับสนุนงานของมูลนิธิฯ ในช่วงยี่สิบปีที่ผ่านมา จึงเกิดขึ้นเป็นรูปธรรมในหนังสือเล่มนี้
ข้อคิดเห็นเหล่านี้มีคุณค่าอย่างยิ่งต่อทีมงานของมูลนิธิฯ เพราะมาจากบุคคลที่ร่วมอุดมการณ์ ให้การสนับสนุนและได้ช่วยงานมูลนิธิฯ มาตลอดทางเดินยี่สิบปีของมูลนิธิฯ ซึ่งหากปราศจากความเมตตาเกื้อหนุนจากท่านแล้ว งานควบคุมยาสูบของไทยคงจะเดินทางมาไม่ถึงจุดนี้
ขอให้สัญญาว่าเราจะนำข้อคิดเห็นของทุกท่านมาเป็นแนวทางในการทำงานของมูลนิธิฯ ของเราต่อไป โดยจะพยายามทำให้ดีที่สุด และเรายังหวังในความเมตตาจากท่านในการให้การสนับสนุนงานของมูลนิธิฯ ดังเช่นที่ผ่านมา ตามที่แต่ละท่านจะกรุณา ขอขอบพระคุณทุกท่านอีกครั้ง...จากใจทีมงานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่
ชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี
หัวหน้าศูนย์ข้อมูลหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ผู้บุกเบิกในการนำเสนอข่าวเรื่องบุหรี่
"ได้ร่วมงานกับมูลนิธิฯ ตั้งแต่ยังไม่ได้ก่อตั้งเป็นมูลนิธิฯ เลยด้วยซ้ำ ตอนนั้นเป็นคนเขียนข่าวคนแรกๆ เกี่ยวกับเรื่องการรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ ประมาณปี 2530 ตอนนั้นผมเขียนสารคดีเรื่องวิธีการเลิกบุหรี่ มีคลินิกเลิกบุหรี่ที่ไหนก็ไปทำมาเขียนเป็นซีรี่ส์ ตอนที่ตัดสินใจทำข่าวนี้เพราะรู้สึกว่ายังไม่ค่อยมีคนจับเรื่อ งนี้ และเป็นคนไม่ชอบคนสูบบุหรี่ เพราะควันมาโดนเรา และคุยกับหลายๆ คนพบว่าอยากจะเลิกบุหรี่แต่ก็ยังเลิกกันไได้ ก็เลยคิดจะทำตรงนี้
เท่าที่เห็นมูลนิธิฯ มาตลอด 20 ปี ดูเหมือนการรณรงค์จะขยายวงกว้างมากขึ้น รวมทั้งค่อนข้างได้รับการยอมรับจากนานาชาติพอสมควร แต่ผลของการรณรงค์ดูเหมือนยังไม่ค่อยเป็นที่น่าพอใจ โดยเฉพาะปัญหาที่ว่าจะทำอย่างไรที่จะให้การบังคับกฎหมายควบคุมการสูบบุหรี่มีผลบังคับใช้อย่างจริงจังมากขึ้น ซึ่งน่าจะต้องมีการพูดคุยทบทวนเรื่องการปรับยุทธศาสตร์บ้าง ควรจะมียุทธศาสตร์เป็นของตัวเอง
อีกเรื่องหนึ่งที่ตั้งข้อสังเกต คือ สื่อรณรงค์ซึ่งก็ดูสวยดี แต่คิดว่ามันแพง แม้ตอนนี้จะมี สสส. ที่เป็นแหล่งอุปถัมภ์หลักให้กับมูลนิธิฯ ก็ตาม แต่ไม่อยากให้มองว่าจะได้เงินตรงนี้แน่ๆ ตลอดไป
ถามว่าตอนนี้ควรทำอะไร คิดว่าควรจะต้องมีการจัดระดมความคิดเสียที ต้องยอมรับเหมือนกันว่าแม้เราจะประสบความสำเร็จให้นานาชาติแซ่ซ้องได้ แต่ก็ต้องยอมรับว่าจำนวนคนสูบบุหรี่ก็ไม่ได้ลดลงมากกว่าที่ควร เท่าที่ทราบก็ยังมีผู้สูบรายใหม่ๆ มาอยู่เรื่อยๆ แสดงว่าต้องมีอะไรสักอย่าง จึงคิดว่าน่าจะมานั่งคุยกันบ้างหรือไม่ นอกจากนี้ เท่าที่ดูหลายๆ ครั้ง วาระที่ทำมักจะอิงของต่างประเทศมากเกินไป อย่างเช่นปีนี้องค์การอนามัยโลกเน้นรณรงค์กับกลุ่มผู้หญิง เราก็ผู้หญิงด้วย ทำให้ประเด็นการรณรงค์ไม่ค่อยเป็นตัวของตัวเอง
ที่มา : หนังสือ "ร้อยคนร้อยความตั้งใจเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่" พิมพ์ครั้งแรก เดือนกรกฎาคม 2550
( บทความโดย : admin | ผู้ตอบ : 45 | ผู้ชม : 1329 ) |