บทความ
กระดานถามตอบ
Download
ติดต่อ
Site Map
 
 
« ธันวาคม 2560 »
อา.จ.อ.พ.พฤ.ศ.ส.
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 

 
 

 

 

 

 

 

 

 
Main Content > บทความ
นักการเมืองไทยยังไม่รู้จักใช้ Social Media
(11 พฤษภาคม 2554) เมื่อมีการประกาศยุบสภาอย่างเป็นทางการไปตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมา เสียงปี่เสียงกลองของการเลือกตั้งก็ดังขึ้น พรรคการเมืองต่างๆที่เตรียมการเลือกตั้งกันมานานพอสมควรต่างเริ่มเอาจริงเอาจังกับการเลือกตั้ง โดยส่วนใหญ่จะเริ่มจากการคัดเลือกตัวผู้สมัคร ส.ส.

ทั้งในระบบบัญชีรายชื่อ 125 ที่นั่งและระบบเขตเลือกตั้งอีก 375 เขต จากนั้นจะตามมาด้วยแคมเปญหาเสียงเลือกตั้งที่เชื่อกันว่าน่าจะมีกลยุทธ์ใหม่ๆ ที่มีความแปลกใหม่และหลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้ “Social Media”

ดังนั้น คอลัมน์ “คิดจาก Social Media” จึงจะลองไปสำรวจดูการใช้ Social Media ในการหาเสียงเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 3 กรกฎาคมนี้ ว่ามีทิศทางและแนวโน้มเป็นอย่างไร แต่ก่อนอื่น เราคงต้องไปดูว่าที่ผ่านมา นักการเมืองใช้ประโยชน์จาก Social Media อย่างไรบ้าง

เราต้องยอมรับว่า นักการเมืองที่เริ่มใช้ประโยชน์จาก Social Media โดยเฉพาะ Twitter คือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่สร้างความฮือฮาด้วยการส่งข้อความผ่านทวิตเตอร์จากแดนไกลมายังกลุ่มผู้สนับสนุนจนสื่อมวลชนนำข้อความนั้นมาเสนอเป็นข่าวอย่างครึกโครมและทำให้สื่อแขนงต่างๆ ต้องจับตาและติดตาม follow บัญชีทวิตเตอร์ของ พ.ต.ท.ทักษิณกันอย่างใกล้ชิด

ขณะที่ พ.ต.ท.ทักษิณเอง ก็รู้ดีว่าช่องทางนี้ เป็นช่องทางสำคัญที่ทำให้ “สาร” ที่ตนเองต้องการสื่อ สามารถแพร่กระจายไปในเวลาอันรวดเร็ว ทั้งการส่งตรงไปยังผู้ติดตามหรือ followers ที่ปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 179,900 ราย หรือผ่านสื่อมวลชนที่เฝ้าดูความเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา

อย่างไรก็ตาม หากดูที่จำนวนข้อความที่ พ.ต.ท.ทักษิณทวิตผ่าน @thaksinlive ตั้งแต่แรกจนถึงปัจจุบันมีเพียง 2,161 ครั้ง โดยคุณทักษิณมี friends หรือคนที่เขาตามอยู่เพียง 6 รายเท่านั้น ในจำนวนนี้ มีลูกชายและลูกสาวทั้ง 3 คนรวมอยู่ด้วย แสดงให้เห็นว่าคุณทักษิณถนัดที่จะเป็นผู้สื่อสารฝ่ายเดียว และไม่ต้องการรับรู้รับทราบความคิดเห็นของคนอื่นๆในโลกทวิตเตอร์ อีกทั้งยังไม่เปิดโอกาสให้ใครส่งข้อความตรงหรือ Direct Message มาให้รำคาญใจอีกด้วย

ทีนี้มาดูการใช้ Facebook ของ พ.ต.ท.ทักษิณที่มีการเปิดเป็น Fanpage พบว่า มีผู้คนสนใจมาเป็นแฟนคลับอยู่ประมาณ 71,814 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการลิ้งค์ข้อความที่ส่งผ่านทวิตเตอร์อยู่แล้ว ขณะที่มีมิตรรักแฟนคลับมาโพสต์ความเห็นในเรื่องต่างๆ อยู่มากพอสมควร

ส่วนทางด้านคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีที่หันมาใช้ Social Media หลังจากคุณทักษิณพอสมควร โดยเปิดบัญชีทวิตเตอร์ @PM_Abhisit ขึ้นแต่ใช้ทีมงานทวิตเป็นหลัก จนถึงวันนี้ ส่งข้อความออกไปแล้ว 1,525 ครั้ง มีfollowers หรือคนที่มาติดตามถึง 193,897 ราย แต่มี Friends หรือบัญชีอื่นที่ติดตามและเปิดโอกาสให้ส่งข้อความตรงมาหาได้ถึง 3,322 ราย แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าคุณอภิสิทธิ์จำเป็นต้องหยุดใช้บัญชีนี้ชั่วคราวเพื่อมารยาททางการเมืองและป้องกันปัญหาทางกฎหมายที่อาจจะเกิดขึ้น โดยสร้างชื่อบัญชีใหม่ว่า @Abhisit_DP ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

แต่เมื่อมาดูการใช้ Facebook ของคุณอภิสิทธิ์ จะพบว่ามีการสร้าง fanpage ไว้เช่นกัน และมีแฟนคลับ ณ เวลานี้กว่า 612,200 ราย ส่วนใหญ่เป็นการลิ้งค์ข้อความจากทวิตเตอร์มาเพื่อเปิดโอกาสให้มาโพสต์ข้อความไว้ได้เช่นเดียวกัน

คราวนี้ ลองมาดูการใช้ Social Media ของประธานาธิบดีบารัค โอบามาแห่งสหรัฐกันบ้าง พบว่า เขามีผู้ติดตามหรือ followers ทางทวิตเตอร์แล้วกว่า 7,893,000 ราย และเพื่อนที่เขาติดตามอยู่ 697,766 ราย ส่งข้อความออกไปแล้ว 1,349 ครั้ง โดยเป็นการผสมผสานกันระหว่างการทวิตส่งข้อความด้วยตัวเองกับการใช้ทีมงานได้อย่างกลมกลืน

ที่น่าสนใจคือ ทีมงานของประธานาธิบดีโอบามา มีการนำเอาสุนทรพจน์บางตอนที่กำลังสดๆในโอกาสต่างๆ มาเผยแพร่ทางทวิตเตอร์เป็นระยะ โดยมีการติดสัญญลักษณ์ #Hashtag เพื่อแยกแยะประเด็นที่พูดไว้ด้วย ขณะที่ทีมงานนายกฯอภิสิทธิ์มักจะมาทวิตเมื่องานผ่านไปแล้วเป็นเวลานานและขาดความสม่ำเสมอในการส่งข้อความ

มาที่ Fanpage ของประธานาธิบดีโอบามาบ้าง พบว่ามีเขาแฟนคลับอยู่กว่า 20.21 ล้านราย โดยนอกจากจะใช้เป็นช่องทางในการเผยแพร่สุนทรพจน์ที่ไปพูดในโอกาสต่างๆแล้ว ยังเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ชาวอเมริกันมาตั้งคำถามไว้ เพื่อให้ประธานาธิบดีไปตอบในเวทีต่างๆที่สามารถใช้สื่อสารกับประชาชนได้

ถึงตรงนี้ ก็คงจะเห็นได้ชัดเจนถึงความแตกต่างของการใช้ประโยชน์จาก Social Media ของนักการเมืองไทยและนักการเมืองประเทศตะวันตกที่ดูเหมือนจะยังห่างไกลกัน เป็นการสะท้อนให้เห็นว่า นักการเมืองไทยยังมองไม่เห็นความสำคัญของการสื่อสารผ่าน Social Media โดยอาจจะเห็นว่ายังไม่มีความแพร่หลายเพียงพอ และการเข้าถึงยังจำกัดอยู่ในคนกลุ่มน้อยในเมือง แต่อาจจะลืมไปว่า ผู้คนใน Social Media ส่วนใหญ่เป็นผู้ทรงอิทธิพลทางความคิดที่สามารถสร้างกระแสต่อไปยังสื่อมวลชนได้ ดังที่ปรากฎมาแล้วในหลายกรณี

ดังนั้น จึงพอจะทำนายได้ว่า การใช้ Social Media ในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้นนี้ อาจจะมีมากและหลากหลายขึ้น แต่หากหวังว่าจะใช้เป็นช่องทางในการรับรู้รับทราบนโยบายของแต่ละพรรคการเมืองเพื่อนำมาเป็นข้อมูลในการตัดสินใจว่าจะเลือกพรรคใดแล้วละก็...คงจะห่างไกลความเป็นจริงอยู่พอสมควร...
ชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี
chavarong@thairath.co.th
www.twitter.com/chavarong

( บทความโดย : admin | ผู้ตอบ : 0 | ผู้ชม : 2276  )
  บทความ

แก้แค้น VS แก้ไข : ความเหมือนในความต่าง? (อ่าน 4186)
แก้แค้น VS แก้ไข : ความเหมือนในความต่าง? (อ่าน 3690)
บทเรียนของประชาธิปัตย์กับพลังที่เพื่อไทยประมาทไม่ได้ (อ่าน 4219)
การเมืองทำสงคราม(ออนไลน์)ปะทุ โซเชียลฯ กลายเป็นมีด! เป็นปืน! (อ่าน 5675)
ไม่อยากทำร้ายประเทศไทย อย่าส่งต่อความรุนแรง (อ่าน 5207)
 


เสนอความคิดเห็น
หัวข้อ :
นักการเมืองไทยยังไม่รู้จักใช้ Social Media
รายละเอียด :
*
ชื่อ :
*
อีเมล์ :
verificiation image *
 
 
 
©2003 - 2011 chavarong.net, All rights reserved. chavarong.net