บทความ
กระดานถามตอบ
Download
ติดต่อ
Site Map
 
 
« ธันวาคม 2560 »
อา.จ.อ.พ.พฤ.ศ.ส.
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 

 
 

 

 

 

 

 

 

 
Main Content
แก้แค้น VS แก้ไข : ความเหมือนในความต่าง?
(13 ก.ค.2554) เชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะชื่นชอบสีไหน คงจำวรรคทองในวันที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ประกาศตัวลงสู้สนามการเมืองด้วยการเป็นผู้สมัคร ส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อหมายเลข 1 ของพรรคเพื่อไทยที่ว่า...

“พรรคเพื่อไทยนั้น ไม่คิดแก้แค้น แต่จะแก้ไข...” กันได้เป็นอย่างดี เพราะถือว่า เป็นประโยคเด็ดที่ผู้คนยังนำมากล่าวขวัญถึงอยู่เนืองๆ ใน Social Media ต่างๆ

ต่อมาเมื่อผลการเลือกตั้งออกมาจนเป็นที่มั่นใจว่า พรรคเพื่อไทยจะได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ประโยคเด็ดนี้ จึงกำลังรอการพิสูจน์จากรัฐบาลใหม่ภายใต้นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทยอย่างใจจดใจจ่อ

ตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 คำว่า “แก้แค้น” เป็นคำกริยา หมายความว่า “ทําตอบด้วยความแค้นหรือเพื่อให้หายแค้น” ส่วนคำว่า “แก้ไข” เป็นคำกริยาเช่นเดียวกัน มีความหมายว่า “ทําส่วนที่เสียให้คืนดีอย่างเดิม, ดัดแปลงให้ดีขึ้น…”

หากดูตามคำนิยามในพจนานุกรมจะเห็นได้ว่า คำสองคำนี้ มีความหมายที่ค่อนข้างจะแตกต่างกันอย่างชัดเจน แต่เมื่อถูกนำมาใช้ในการตัดสินใจดำเนินกิจกรรมทางการเมืองแล้ว หากผู้พูดไม่ระมัดระวัง อาจจะทำให้คำสองคำกลายเป็นคำๆ เดียวกันไปโดยไม่รู้ตัว

เหตุการณ์แรกภายหลังทราบผลการเลือกตั้งที่น่าจะเป็นตัวอย่างให้การ “แก้ไข” กับการ “แก้แค้น” เกือบจะแยกกันไม่ออกคือ การที่ตำรวจบุกยึดเครื่องส่งของสถานีวิทยุที่ยังไม่ได้รับใบอนุญาตตามกฎหมายและทราบกันดีว่าเป็นสถานีที่ได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ในพรรคภูมิใจไทย ในขณะที่สถานีวิทยุ (ที่ยังไม่ได้รับใบอนุญาตเช่นเดียวกัน) ของกลุ่มคนเสื้อแดงยังคงสามารถออกอากาศได้ตามปกติ

หากจะมองในมุมของการ “แก้ไข” การปิดสถานีวิทยุดังกล่าว ถือเป็นการดำเนินการตามกฎหมายกับสถานีวิทยุที่ยังไม่ได้ใบอนุญาต เนื่องจากยังไม่มีคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มาทำหน้าที่ออกใบอนุญาตตามกฎหมายพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551 ดังนั้น สถานีวิทยุทั้งหลาย ไม่ว่าจะเรียกตัวดองว่า วิทยุชุมชน หรือวิทยุท้องถิ่น ต่างล้วนไม่ถูกต้องตามกฎหมายทั้งสิ้น

แต่หากจะมองว่าเป็นการ “แก้แค้น” การปิดสถานีวิทยุของกลุ่มที่หมดอำนาจทางการเมือง แต่ยังปล่อยให้สถานีวิทยุของฝ่ายที่สนับสนุนกลุ่มที่กำลังก้าวเข้ามามีอำนาจทางการเมืองยังคงออกอากาศได้ตามปกติ ย่อมถือเป็นการดำเนินการในลักษณะเดียวกับยุคที่รัฐบาลที่กำลังจะหมดอำนาจลงไปเคยดำเนินการกับวิทยุของคนเสื้อแดง และปล่อยให้สถานีวิทยุที่สนับสนุนรัฐบาลสามารถดำเนินการได้โดยไม่มีใครไปกวนใจ

นอกจากนี้ หากรัฐบาลที่พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำเข้ามาบริหารประเทศอย่างเต็มตัว แล้วมีการสั่งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง หรือผู้บริหารรัฐวิสาหกิจที่เคยได้รับแต่งตั้งในสมัยที่มีพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำในแบบที่เรียกกันว่า “ล้างบาง” ก็อาจถูกมองว่าเป็นการแก้แค้นได้เช่นกัน แม้ว่า รัฐบาลเพื่อไทยจะบอกว่า เป็นการแก้ไข เพราะเป็นการโยกย้ายเพื่อให้ความเป็นธรรมกับข้าราชการที่เคยถูกโยกย้ายอย่างไม่เป็นธรรมในรัฐบาลก่อนก็ตาม

หรืออีกกรณีของการที่รัฐบาลใหม่จะเข้าไปรื้อโครงการขนาดใหญ่ที่รัฐบาลก่อนดำเนินการอนุมัติไปแล้ว โดยให้เหตุผลว่า การดำเนินการที่ผ่านมา ไม่โปร่งใส จึงต้องเข้ามาแก้ไข แต่ในอีกมุมหนุ่ง การเข้าไปรื้อโครงการในลักษณะนี้ อาจถูกมองว่าเป็นการแก้แค้นที่รัฐบาลก่อนไม่เปิดโอกาสให้พวกพ้องของกลุ่มอำนาจใหม่ได้เข้าร่วมดำเนินโครงการกับภาครัฐ และต้องยกเลิกสัญญาเพื่อให้พรรคพวกของตนเข้าไปแสวงหาผลประโยชน์แทน

นี่ยังไม่ได้มองไปไกลถึงกรณีของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ขณะนี้เริ่มมีข้อเสนอจากกลุ่มผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทยบางส่วนแล้วว่า น่าจะต้องเร่งดำเนินการเพื่อให้ขจัดปัญหาอุปสรรคต่างๆ ที่ทำให้พรรคที่ก่อตั้งโดย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ต้องถูกยุบครั้งแล้วครั้งเล่า ซึ่งอาจจะไปไกลถึงการยกเลิกบทบัญญัติที่รับรองการกระทำใดๆ ของฝ่ายที่กระทำการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ด้วยก็เป็นได้

การแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าว จึงอาจถูกมองว่า เป็นการแก้ไขเพื่อเปิดช่องให้มีการแก้แค้น กลุ่มที่ทำรัฐประหารโค่นล้ม พ.ต.ท.ทักษิณให้พ้นจากอำนาจ

ดังนั้น จึงเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจว่าที่นายกรัฐมนตรีหญิงแห่งพรรคเพื่อไทยเป็นอย่างยิ่งว่า จะสามารถบริหารประเทศไปได้โดยให้ประชาชน “ทั้งประเทศ” สามารถแยกแยะได้อย่างชัดเจนว่า การดำเนินนโยบายใดของรัฐบาลใหม่ถือเป็นการ “แก้ไข” ไม่ได้เป็นการ “แก้แค้น” ตามที่ได้ประกาศเป็นสัญญาประชาคมไว้

เพราะเส้นแบ่งทางการเมืองระหว่างคำว่า “แก้แค้น” กับ “แก้ไข” มันช่างเปราะบางเสียจริงๆ

อย่างไรก็ตาม หากมีฝ่ายที่มองว่าการดำเนินนโยบายของรัฐบาลเป็นการ “แก้แค้น” มากว่าการ “แก้ไข” แล้ว ก็อาจเป็นเงื่อนไขที่นำไปสู่วังวนเดิมๆ ของการประท้วงคัดค้านรัฐบาล ที่ล้วนแต่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจของประเทศไทยในระยะยาว...
ชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี
www.twitter.com/chavarong
chavarong@thairath.co.th

( บทความโดย : admin | ผู้ตอบ : 0 | ผู้ชม : 3690  )
  บทความ

แก้แค้น VS แก้ไข : ความเหมือนในความต่าง? (อ่าน 4186)
แก้แค้น VS แก้ไข : ความเหมือนในความต่าง? (อ่าน 3690)
บทเรียนของประชาธิปัตย์กับพลังที่เพื่อไทยประมาทไม่ได้ (อ่าน 4219)
การเมืองทำสงคราม(ออนไลน์)ปะทุ โซเชียลฯ กลายเป็นมีด! เป็นปืน! (อ่าน 5675)
ไม่อยากทำร้ายประเทศไทย อย่าส่งต่อความรุนแรง (อ่าน 5207)
 


เสนอความคิดเห็น
หัวข้อ :
แก้แค้น VS แก้ไข : ความเหมือนในความต่าง?
รายละเอียด :
*
ชื่อ :
*
อีเมล์ :
verificiation image *
 
 
 
©2003 - 2011 chavarong.net, All rights reserved. chavarong.net